*ภาพเยอะ เน็ตช้าโหลดโหดหน่อยนะคะ*
**เวลาในภาพเป็นเวลาเมืองไทยค่ะ**

.

.

ต่อจากเอนทรีที่แล้วค่ะ

.

.

.

23 ตุลาคม วันที่ 5 ของการไปเที่ยวครั้งนี้
เริ่มจากเมืองคานส์(Cannes)ค่ะ


คานส์เป็นเมืองที่หลายคนน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้างแล้ว
เพราะว่าเป็นเมืองที่มีการจัดงานภาพยนตร์นานาชาติทุกปีค่ะ

แต่ไปแล้วไม่ได้หมายความว่าไปขึ้นคาน(ส์)นะคะ 555+
(เข้าใจมั้ย พี่หมอเมฆ แง่งๆ)


ช่วงที่เราไป ก็แน่นอนค่ะว่าไม่ใช่ช่วงเทศกาลหนังที่ว่า
ก็เลยได้แต่เดินชมเมืองไปเรื่อยๆ ซึ่งก็เพลินดีเหมือนกัน

ที่เมืองนี้ ถ้าสังเกตตามผนังตึกจะมีภาพเพนท์งามๆเต็มไปหมดเลยค่ะ
ส่วนใหญ่ภาพก็จะเกี่ยวกับหนังนั่นแหละ สวยแปลกตาดี





คานส์ มองจากมุมสูง

จากคานส์ ตั้งใจว่าจะนั่งรถไฟไปยังเมืองกราส(Grasse)กันต่อ
แต่เผอิญรถไฟเที่ยวนั้นก็ดั๊นนนนไม่วิ่งซะนี่

การรถไฟก็ใจดีจัดรถบัสไปส่งถึงกราสให้แทนค่ะ
นั่งรถประมาณชั่วโมงกว่าๆได้มั้ง ไม่แน่ใจเพราะหลับไปค่ะ

ตื่นมาอีกทีเพราะพ่อสะกิดแรงๆทีนึงบอกว่า "เฮ้ย ควันอะไร"
ด้วยความสะลึมสะลือ ตื่นมาเห็นควันพวยพุ่งก็วิ่งเลยค่ะ
(วิ่งไปหน้ารถ 555)

คิดว่ารถบัสจะระเบิดซะแล้ว!!
แม่เราเลยตะโกนบอกคนขับ แต่คนขับกลับเฉยๆเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ


สถานีรถไฟกราส


ตอนที่ไปถึงกราสก็เห็นรถดับเพลิงวิ่งสองสามคัน
พ่อเลยบอกว่า สงสัยไฟไหม้รถคันที่นั่งมา....แต่คงไม่ใช่มั้ง = ='


เมืองกราสเนี่ย เป็นเมืองที่เรา เข้าไปไม่ถึงค่ะ ฮ่าๆๆ
เพราะว่าดันไปเดินผิดที่น่ะสิ ไปเดินที่ๆนักท่องเที่ยวเค้าไม่เดินกัน

มีชาวเมืองหน้าทำหน้าดุๆใส่ ผวาเล็กน้อย แต่บากหน้าเดินเล่นเมืองเค้าต่อไป
แล้วจุดที่เราเดินน่ะ ไม่มีอะไรเลยค่ะ นอกจากบ้านคนกับร้านอาหารอีก 2 ร้าน


แล้วแม่เรากลากครอบครัวไปที่โรงงานน้ำหอมฟราโกนาท
ที่เมืองนี้มีโรงน้ำหอมเจ้าใหญ่ๆ 3 เจ้าค่ะ แต่จำชื่อไม่ได้ซะแล้ว แป่ว~~

ระหว่างที่แม่เข้าไปซื้อน้ำหอม พ่อ พี่สาวแล้วก็เราได้แต่นั่งรออยู่ด้านหน้าค่ะ
อย่าถามเล้ยยว่าทำไมไม่เข้าไป ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมแรงๆค่ะ มันฉุนเกินไปหน่อย

แล้วแม่เราเข้าไปในนั้น ประมาณชั่วโมงกว่าๆ!!
นั่งรอเหงือกแห้งเลยค่ะ

ระหว่างนั้นก็มีผู้คนมากหน้าหลายตามาซื้อน้ำหอมกัน
เดินออกมาก็หิ้วน้ำหอมกันหอบใหญ่เลยค่ะ

เพราะว่าที่กราสเนี่ย เป็นเมืองหลวงของน้ำหอมเลยก็ว่าได้ค่ะ
(หนังสือท่องเที่ยวบอกมาอีกทีนะ =w=)


ถ่ายจากท่ารถบัสที่กราส 

ตอนที่จะออกจากกราส นั่งรถเมล์ผ่านสวนสาธารณะกับจุดที่คนเยอะๆแล้วเพิ่งตระหนักได้ว่าไปเดินผิดที่ค่ะ
รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในย่านต้องห้ามของเมืองยังไงชอบกล เพราะอย่างนั้นเลยไม่ค่อยได้เก็บภาพเมืองนี้มาเลยค่ะ

นั่งรถเมล์ออกจากกราสแล้วก็กลับที่พักกัน หมดไปอีกวันนึงแล้วค่ะ

.

.

.

วันถัดมาไปที่เมือง กานส์ซูแมร์ (Cagnes-sur-Mer)ค่ะ
เมืองนี้แม่ลากทุกคนมา ...อีกแล้วค่ะ



เพราะว่าที่นี่เป็นเมืองที่อยู่อาศัยของปิแอร์-ออกุสต์-เรอนัวร์(Pierre-Auguste Renoir) ศิลปินอิมเพรสชันนิสม์ที่แม่เราชื่นชอบภาพวาดของเค้าพอควร

แต่...ขอสารภาพค่ะ ว่าเพิ่งจะเคยรู้จักเรอนัวร์ตอนที่แม่บอกว่า จะไปบ้านเรอนัวร์ให้ได้ เนี่ยล่ะค่ะ



อีกอย่าง ถึงจะอยู่ชมรมศิลปะ แต่เราเองกลับไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องภาพวาดมากเท่าไหร่ ยิ่งแนวอิมเพรสชันนิม์นี่ ขอผ่านเลยค่ะ ศิลปินที่วาดภาพแนวนี้ รู้จักคนเดียวล่ะค่ะ คือโมเนต์
แถมเราสนใจแต่ภาพวาดประวัติศาสตร์ด้วยล่ะค่ะ(ถึงได้มีความสุขกับการเดินลูฟร์มากกว่าพิพิธภัณฑ์อื่น)


หน้าบ้านเรอนัวร์

เรอนัวร์เป็นศิลปินที่น่าชื่นชมในความพยายามสุดๆเลยค่ะ คือถึงจะข้ออักเสบทรมานขนาดไหนก็ยังวาดรูปเพราะวาดแล้วมีความสุข

ส่วนงานภาพของเค้า โนคอมเมนต์ค่ะ =w=
(ไม่กล้าวิจารณ์งานศิลป์เพราะไร้ความรู้เรื่องภาพอย่างแรงจริงๆค่ะ)


สวนในบ้านเรอนัวร์ บริเวณบ้านกว้างพอควรเลยค่ะ

ดอกไม้ในสวนบ้านเรอนัวร์ สวยดีนะคะ ^^ 


ภายในบ้านของเรอนัวร์กลายเป็นพิพิธภัณฑ์โชว์ผลงานของเรอนัวร์กับริชาร์ด กุยโนเพื่อนซี้ของเรอนัวร์ งานนี้เราเข้าฟรีค่ะเพราะอายุยังไม่ถึง 18 แฮะๆ...

แต่ภาพที่แสดงที่นี่ส่วนใหญ่เป็นภาพที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียงค่ะ
พวกภาพที่ดังๆจะไปอยู่ที่ปารีสซะส่วนใหญ่


ตรงส่วนของร้านขายของ จะมีภาพวาดกับหนังสือ กระเป๋า โปสการ์ด ทำนองนั้นค่ะ
(มีภาพวาดของโมเนต์ขายด้วยนะ 555+)

.

.

.
บุกถึงบ้านเรอนัวร์มาแล้ว
วันถัดมาก็ไปตามรอยพอล เซซานน์(
Paul Cézanne)กันต่อค่ะ

เช่นเดียวกับเรอนัวร์ เราเพิ่งรู้จักเค้า... ฮ่าๆๆ
และเช่นเดียวกันอีก เค้าเป็นศิลปินแนวอิมเพรสชันนิสม์ค่ะ

เซซานน์อยู่ที่เมือง Aix-en-Provence
เมืองนี้เป็นเมืองมหาวิทยาลัย เพราะฉะนั้นจึงมีวัยรุ่นเต็มเมืองเลยค่ะเวลาเดินเลยค่อนข้างมีความสุขกับการส่องหนุ่มฝรั่งเศส กร๊ากกกก

แต่หนุ่มฝรั่งเศสหล่อจริงๆนะเอ้อ เจอคนหล่อแทบทุกที่ >.<


ทางสัญจรในเมืองที่มีแต่คนเดินกับของขาย


ตามรอยเซซานน์นี่ ตามรอยกันทั้งเมืองค่ะ
เค้าจะมีหมุดปักไว้ตามถนนให้เราเดินตามไปเรื่อยๆ ตั้งแต่บ้านที่เซซานน์เกิดยันพิพิธภัณฑ์เซซานน์ที่อยู่นอกเมือง อยู่คนละฟากแผนที่เลยค่ะ แต่ก็ยังเดินกันได้แฮะ เซซังไปตามๆกัน




สุดท้ายแล้ว ถึงจะตามไปถึงพิพิธภัณฑ์เซซานน์ก็ตาม แต่ว่าตอนนั้นเพิ่งบ่ายโมง แล้วดันเปิดบ่ายสองน่ะสิคะ ก็เลย ...ไม่เข้าไปดีกว่า


หน้าพิพิธภัณฑ์ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นบ้านของเค้าเองเหมือนเรอนัวร์รึเปล่า 

อ้อ! ตอนไปถึงท่ารถบัส แม่เราไปถามทางวัยรุ่นคนนึง มีผ้าปิดปากลายทหารทรงสามเหลี่ยมกับใส่เสื้อไบโอฮาซาร์ด ระเบิดหูอีกตะหาก เจาะปากด้วย ...เห็นแล้วแบบว่า อยากขอถ่ายรูปเลยค่ะ ดูเป็นคนที่แรงมาก แต่ใจดีบอกทางให้ละเอียดยิบเลย คนเรานี่ดูภายนอกไม่ได้จริงๆแฮะ

เอาล่ะค่ะ แล้วในขณะที่เดินทางด้วยรถไฟ TGV ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูง กลับไปที่พักที่ Antibes ก็เริ่มเจอปัญหาแล้วค่ะ

ความจริงเราไว้วางใจการคมนาคมในยุโรปมากนะ เพราะไปมาหลายที่ รถไฟตรงเวลามาก
ไม่คิดเลยว่าต้องมาลำบากที่นี่ค่ะ 555

ระหว่างนั่งรถไฟไปเรื่อยๆอยู่ดีๆรถไฟก็จอดเฉยเลย!!
ไอ้เรารึก็คิดว่า เอ ไม่เป็นไรมั้ง เดี๋ยวก็ไปต่อ

แล้วเค้าก็ประกาศอะไรก็ไม่รู้เป็นภาษาฝรั่งเศส แล้วไม่ประกาศภาษาอังกฤษด้วยนะ
พี่สาวเราที่พูดฝรั่งเศสได้ก็บอกว่า ระบบไฟฟ้ามีปัญหา

ตอนนั้นมืดแล้วด้วย พ่อเราบอกว่า กลางคืนคงหาทางซ่อมยากกว่ากลางวัน เพราะพนักงานตามสถานีเค้ากลับบ้านกันหมดแล้ว


หลังจากจอดประมาณครึ่งชั่วโมง รถก็เริ่มเคลื่อนไปต่อ
ก็ใจชื้นหน่อย อย่างน้อยก็วิ่งได้ละ

ปรากฏว่า รถTGV เจ้ากรรม ไปจอดที่สถานีเป็นชั่วโมงๆเลยน่ะสิคะ
ฮ่วย หลอกให้ดีใจนี่หว่า...

สถานีนั้นอาถรรพณ์รึเปล่าไม่ทราบ
เพราะรถไฟที่มาจอดหลังจากขบวนเราก็มาจอดค้างเป็นชั่วโมงเหมือนกันค่ะ

ไม่แน่ใจว่านี่คือการสไตรค์(นัดหยุดงาน)ของเค้ารึเปล่า?
(โดยการหลอกผู้โดยสารว่ารถไฟเสีย เฮือกกกก)

สถานีที่เราต้องไปตกตระกำลำบากรอคอยให้รถวิ่งไปด้วยใจฝ่อๆชื่อสถานีว่าเซนต์ราฟาเอลค่ะ ระหว่างที่รถจอดและมีประกาศว่ากำลังซ่อมมาเป็นระยะๆ ถ้าเดินลงไปในสถานีจะเห็นคนลงมาสูบบุหรี่เต็มไปหมด

แล้วก็จะเกิด community เล็กๆขึ้นมาตามจุดต่างๆค่ะ
ทุกคนช่วยกันรุมประนามการรถไฟฝรั่งเศส(SNCF) 555+


กว่าจะไปถึงสถานีAntibes ได้ ช้ากว่ากำหนดการไปเกือบ 3 ชั่วโมงค่ะ
ไปถึงที่นั่นก็แทบหมดหนทางหารถไปที่พัก เพราะฝนตกหนักมากกกกก อากาศก็เย็น ตัวสั่นแหงกๆๆเลยค่ะ กะว่าจะนั่งแท็กซี่ไปที่พักกัน ปรากฏว่า มีแท็กซี่คันเดียว!!!

สวรรค์ไม่เมตตาเอาซะเลย ให้ตายสิ


ขณะที่คอตกที่สถานีกันอย่างหมดหนทาง ก็นึกได้ว่า เฮ้ย มีผู้จัดการที่พักอยู่นี่นา!!
โทรเรียกเลยค่ะ แล้วเค้าก็มารับกลับที่พักจนได้ โฮวววว แทบกระโดดกอดคอร้องไห้ขอบคุณแน่ะ

ตอนนั้นเลยเห็นเมอร์ซิเออร์อลอง(ผู้จัดการที่พัก)เป็นพระเจ้าไปเลยค่ะ 555+

ในสถานีตอนนั้นมีคนรอรถเยอะมากกกกกกกก
แล้วพอเราควักกล้องออกมาถ่ายรูปป้ายบอกเวลา หนุ่มฝรั่งเศสที่ยืนอยู่ใกล้ๆเค้าก็หันมาหัวเราะแล้วชวนคุย

โศกนาฏกรรมการเดินทางของชาวฝรั่งเศส


เค้าบอกว่าเคยอยู่อังกฤษปีนึง การรถไฟอังกฤษก็เห่ยพอกัน อาจจะแข่งกันเห่ยอยู่ก็เป็นได้ = ='
แต่จากการที่(แอบฟังแม่)คุยกับคนอื่นๆ เค้าบอกว่าไม่เค้ยไม่เคยเจอเรื่องแบบนี้เลยนะ

สรุปว่า ไอ้เหตุการณ์ซวยครั้งนี้ มันเกิดขึ้นบ่อยหรือเพิ่งมาเกิดกับเราล่ะเนี่ย???

.

.

.

To be continued....
.

.

.

ความทรมานกับรถไฟยังไม่จบง่ายๆค่ะ 55+ มีต่อคราวหน้า
แต่อาจมีเอนทรีอื่นมาแทรกก่อนนะคะ


.

.

.

Coming Soon : Gare de LYON นี่ฉันทำบุญมาน้อยเกินไปหรืออย่างไรกัน!!??, นั่งรถวนรอบ Dijon , ปารีส ฉันไม่รู้ว่ารักเธอดีมั้ย?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

โอ้ว เรียนศิลป์-ฝรั่งเศส อยากไปม๊ากค่ะ

#1 By \/ /\ N ฮ Z Z /\ on 2007-11-17 21:41

ซักวันจาไปเที่ยวฝรั่งเศลให้ได้เรย ได้ไปแต่แถว ๆ ชายแดนฝรั่งเศสค่ะ
อิจฉา ๆ
.
หุหุ ไอ้รถไฟเนี่ยโดนบ่อยค่ะ
.
พอมัน Delay นิดนึง
กลายเป็นว่าตกขบวนที่ต้องต่อไปหมด
รอคันใหม่ รอสามชั่วโมง
แถมต้องนั่งเก้าอี้ดนตรี
เพราะว่าที่นั่งมันไม่มี
เหอะ ๆ sad smile
ชอบภาพมากเลยค่ะ ได้อารมณ์บางอย่างที่หาในเมืองไทยไม่ได้
จริงๆแล้วฝรั่งเศสเป็นประเทศที่ตั้งใจว่าอยากจะไปมากๆ ได้ไปดูงานของเซซามใกล้ๆนี่คงเหมือนฝันเลยค่ะ

#3 By Nadnadar (limes) on 2007-11-17 22:29

โหลดโหดมากมาย(แสดงว่าnetเราห่วยสินะ= =")
ฝรั่งเศสหรอ=w="เมืองนอก...(อย่าว่าไปเมืองนอกเลยเครื่องบินยังไม่เคยขึ้นซักครั้ง-*-)
ตอนเราไปก็เจอแท็กซี่สไตรค์น่ะ สุดท้ายเลยไม่ได้เข้าไปดูอะไรในตัวเมืองปารีสเลย หมดเวลาต้องรีบไปขึ้นเครื่องซะก่อน...เซ็งจริงๆ= ="

ปล.ความทรงจำอันเลวร้ายกับรถไฟTGV...อิชั้นต้องลากกระเป๋า30กิโลเดินต้อยๆไปขึ้นรถไฟอีกฟากสถานี(ตาไกด์พาไปผิดฝั่ง ม่ายยย)

#5 By -shinya- on 2007-11-18 02:34

อา ช่วงนี้สงสัยระบบไฟฟ้าของ SNCF มีปัญหาทั่วประเทศ =_="
เห็นข่าวอยู่เรื่อยๆเลย
ที่ลียงเองก็โดน หลายอาทิตย์มาแล้วแหละ เกือบกลับบ้านไม่ได้แนะ

อ่า งานอิมเพรสชั่นนิส...ก็ต้องแวนโก๊ะสิ...
ใช่หรือเปล่าหว่า =_="
เรอนัวๆ...ใช่คนที่ชอบวาดคนเต้นบัลเล่ต์ป่าวหว่า~
จำได้แต่งานของโมเนต์ สวยมากๆ
แต่ยังไงก็ชอบศิลปะคลาสสิกมากกว่า
เดินส่องหนุ่มทั้งคนจริงทั้งในรูป มีความสุข คึคึคึ