The Mist - เมื่อหมอกกัดกินจิตใจมนุษย์
posted on 21 Mar 2008 15:24 by loveff in Movieสมมติว่า อยู่มาวันหนึ่ง คุณไปชอปปิ้งที่ซูเปอร์มาร์เกตตามปกติแต่จู่ๆมีชายคนหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นมาบอกว่า มีอะไรบางอย่างอยู่ในหมอก
ยังไม่ทันจะสงสัยว่าเขากำลังพูดบ้าอะไร หมอกก็เข้าปกคลุมบริเวณรอบๆซูเปอร์นั้นจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีก
แล้วหลังจากนั้น
คุณคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับคุณล่ะคะ?
ลองหาคำตอบดูได้ใน....
The Mist มฤตยูหมอกกินมนุษย์
จริงๆได้ดูตั้งกะหลายวันก่อนละแต่เพิ่งหยิบมาอัพถึง รู้สึกว่าการเรียบเรียงความคิดที่มีต่อหนังเรื่องนี้เป็นอะไรที่ยากเหลือเกิน หนังมันมีอะไรให้คิดมากเกินไป ฮ่าๆๆ
ตอนนี้ไม่รู้ว่าหนังยังฉายอยู่รึเปล่าเพราะเข้าตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาแล้ว = ='
เรื่องย่อ จาก Mthai Movie
เรื่องราวของผู้คนในเมืองเล็กๆ ที่หนีตายไปอยู่ในซูเปอร์มาเก็ตแห่งหนึ่ง หลังจากที่เมืองทั้งเมืองถูกพายุหมอกมรณะครอบคลุม ในพายุหมอกนั้นมีอสุรกายแฝงตัวอยู่ และพร้อมที่จะกระชากวิญญาณของผู้ที่ผ่านเข้าไปในพายุหมอกให้หายไปพร้อมกับสายลม ความตายทำให้ทุกคนหวาดผวา ธาตุแท้แห่งการเอาชีวิตรอด เหยื่อรายต่อไปจะเป็นใคร และอสุรกายเหล่านั้นมันมาจากไหน ความดุร้ายยิ่งกว่าสิ่งที่เห็นอยู่ภายนอกทั้งหมด มันกำลังคืบคลานเข้ามาสู่ซูเปอร์มาเก็ตสถานที่ๆ ทุกคนคิดว่าปลอดภัยที่สุด
Official Site : http://www.themist-movie.com
หนังจิตตกหดหู่มาก ถึงจะพยายามชี้ให้เห็นว่า 'ความหวังยังมี' ก็เถอะ
แต่หนังมันหดหู่จริงๆนะ = ='
สัตว์ประหลาดก็ไม่ได้ออกมามากมายอะไร ฉากชวนแหวะก็มีไม่มาก แต่ความกลัวของหนังเรื่องนี้มันคือกลัวในสิ่งที่เราไม่รู้นี่สิ
ไม่เหมาะสำหรับดูเอามันส์ค่ะ
เหมาะสำหรับดูแล้วค่อยๆคิดตามไปด้วยมากกว่า
หนังแสดงให้เห็นจิตใจคนหลายๆแบบที่จะแสดงธาตุแท้ออกมาเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอด โดยเฉพาะความจริงที่ว่าเมื่อมนุษย์เกิดความกลัวขึ้นมา ก็จำเป็นจะต้องมีที่พึ่ง
แล้วจะซาบซึ้งเลยว่าจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงค่ะ
***ต่อจากนี้สปอยแหลกค่ะ!!!
ความคิดแรกหลังจากดูจบคือ โอ้วให้ตาย! อะไรมันจะจบได้.. ถึงใจขนาดนี้
ถึงตอนก่อนดูจะพอรู้มาว่าฉากจบมันสุดจะบรรยาย
แต่ก็ไม่คิดเลยว่าจะออกมาในรูปแบบนี้
คือพระเอกพาลูกชายกับคนที่ใจกล้าพอจะหนีจากซูเปอร์ไปตายเอาดาบหน้าอีก 3 คน(ที่จริงมีมากกว่านี้แต่โดนกินไปหมดแล้ว) ขับรถหาทางเอาชีวิตรอดจนกระทั่งน้ำมันหมด แต่แทนที่จะลงเดินหาทางรอดกันต่อพระเอกกลับควักปืนออกมาแล้วชิงยิงอีก 4 คนซะดื้อๆ เพราะกระสุนเหลือแค่ 4 นัดเท่านั้น แต่ทั้ง 4 คนน่ะตายแบบจำยอมค่ะ ประมาณว่าก่อนจะถูกสัตว์ประหลาดในหมอกฆ่า สู้ชิงตายก่อนดีกว่า นั่นล่ะ แล้วหลังเสียงลั่นกระสุนเงียบไปราวๆหนึ่งนาที รถถังทหารก็ค่อยๆเคลื่อนผ่านหน้าพระเอกไป พร้อมๆกับที่หมอกจางลงทีละนิดๆจนหมด แล้วพระเอกผู้แสนซวยก็ได้แต่มองบรรดาผู้รอดชีวิตนั่งรถผ่านไปต่อหน้าต่อตา
เฮือก!
จบแบบนี้มัน สร้างความประทับใจให้ผู้ดูจริงๆ
ถ้าจบแบบรอดกันหมดเราคงไม่รู้สึกอะไรกับหนังเรื่องนี้มากมาย แต่ประทับใจตอนจบนี่ล่ะ มันเป็นอารมณ์ที่บอกไม่ถูกเลยจริงๆ
อันที่จริงจบแบบนี้ก็มีทั้งคนชอบและไม่ชอบนะ แต่เราว่าแบบนี้ล่ะมันสะใจดี เหมือนกับจะบอกให้รู้ว่า 'ตราบใดที่ยังมีชีวิตก็จงเชิดหน้าเดินต่อไปเถอะ แต่หากบังอาจละทิ้งความหวังก็เท่ากับว่าแพ้แล้ว' น่ะค่ะ
อีกประเด็นนึงคือเรื่องของศาสนา ในเรื่องนี้มีคุณป้าคนนึงที่ใครๆก็ว่าแกไม่ค่อยจะเต็มนัก ชื่อว่าคุณป้าคาโมดี้ ตลอดเวลาเจ๊แกจะพร่ำพูดถึงพระเจ้า บอกว่านี่คือการลงทัณฑ์บ้างล่ะ วันสิ้นโลกบ้างล่ะ บางทีก็ควักสมุดโน้ตออกมาท่องข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นวรรคเป็นเวร ตอนแรกๆก็แทบไม่มีใครเชื่อแก แต่พอช่วงกลางเรื่องคุณป้าที่ใครๆก็หาว่าเพี้ยนกลับมีพรรคพวกที่เชื่อในพระเจ้าเพิ่มขึ้นมากมาย
นี่ล่ะค่ะที่แสดงให้เห็นว่าในยามที่หวาดกลัว
มนุษย์ย่อมต้องการที่พึ่งพิงทางใจเสมอ
และหลายๆคนเลือกศาสนาเป็นที่พึ่ง
แต่เราคิดว่าป้าคาโมดี้เป็นตัวอย่างของคนที่คลั่งศาสนามากเกินไปซะมากกว่า
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามันเกินความจำเป็นย่อมไม่เกิดผลดีแน่นอนค่ะ
กับศาสนาก็ไม่เว้นเหมือนกัน
ลัทธป้าิคาโมดี้ในหนังทุกคนถึงกับเชื่อในคำพูดของป้าแกอย่างไม่ลืมหูลืมตา เลือกที่จะสังเวยชีวิตคนๆหนึ่งให้กับสัตว์ประหลาดในหมอกเพียงเพื่อไม่ใ้ห้สัตว์ประหลาดนั่นมายุ่มย่ามอีก
คนที่กระทำแบบนั้นน่ะหรือคือคนที่เชื่อในพระเจ้า?
ศาสนาไม่ผิดหรอกค่ะ
แต่คนที่เชื่อในศาสนามากเกินไปโดยไม่สนใจว่าอะไรดีหรือเลวนี่สิ น่าเป็นห่วง
แต่ถึงอย่างนั้นเราก็อดคิดไม่ได้นะว่า
ถ้าเราตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น บางทีเราอาจจะเป็นฝ่ายที่หลงเชื่อคารมป้าคาโมดี้ก็เป็นได้
ไม่ว่ายังไงยามเมื่อคนเรากลัว
หากจิตใจไม่เข้มแข็งพอ ย่อมต้องการที่พึ่งทางใจนะคะ

ทั้งเรื่องเหมือนจะนำทางคนดูให้เกลียดศาสนาไปตลอด
แต่กลับหักมุมด้วยคำพูดสั้นๆประโยคเดียวของพระเอก
"พระเจ้าเกลียดเรา" โอย.....ขนลุกเกรียว
#1 By azlaz on 2008-03-21 16:34