สองวันที่ผ่านมา(เมื่อวาน+วันนี้)ไปเข้าสงครามมาค่ะ
เข้าร่วมสมรภูมิทางปัญญา มีปากกาเป็นอาวุธ
จะขาดไปก็แต่ความรู้ความสามารถ (เฮ่ย =[]=!!)

ถึงผลการสอบจะยังไม่ได้ประกาศออกมา
แต่เรารู้หรอกน่าว่าเราไม่ได้แน่นอน.....

ทุนเล่าเรียนหลวง เรียกง่ายๆว่าทุนคิงเป็นทุนที่...
อื้อหือ.....โอ้โห .....อะหูย....สุดจะบรรยายมากกกกกก
คนที่ได้ทุนแต่ละปีนี่ต้องเป็นสุดยอดของสุดยอดของสุดยอดในหมู่สุดยอดอีกทีนึงค่ะ

สำหรับเราสอบสายศิลป์ภาษาค่ะ
ปีนี้สมัคร 174 คนถ้วน รับ 2 คน
(คนไปสอบจริงๆคิดว่ามีไม่เกิน 120 คน)

ตัวเลขคนสมัครเหมือนจะน้อยนะ แต่คิดดูว่าจะมีคนที่เก่งๆอยู่กี่คนแล้ว
ที่แน่ๆมีคนที่ระดับ advance อยู่มากกว่า 2 คนแน่ๆล่ะ
ดังนั้นเราเลยมั่นใจเต็มที่ว่าเราต้องไม่ได้ทุนนี้แน่นอน

แต่ถึงอย่างงั้น แม้จะไม่ใช่คนเก่งระดับที่สมควรได้ทุน
ก็นับว่าผ่านสมรภูมิมาแล้ว และเรารู้สึกว่า เราชอบข้อสอบทุนคิงจังเลยแฮะ
โดยเฉพาะข้อสอบสังคม อยากทำมากกกก ที่สมัครสอบไปนี่คืออยากทำข้อสอบมากกก
ถึงจะไม่มีทางรู้คะแนน ไม่ได้ทุน ไม่ได้อะไรที่เป็นรูปธรรมจากการสอบเลยก็ตาม

ข้อสอบทุนเล่าเรียนหลวงเป็นข้อสอบอัตนัยค่ะ
(ยกเว้นวิชาภาษาอังกฤษ)

เน้นหน่อยเพราะเมื่อวานเรายังได้ยินคนคุยกันอยู่เลยว่า
"แก ชั้นเพิ่งรู้เมื่อคืนว่ามันเป็นอัตนัย"
เอ่อ.........

ส่วนของสายวิทย์กับศิลป์คำนวณนี่ไม่รู้นะ

จะแจกแจงเป็นรายวิชาให้รู้ว่า ข้อสอบแบบนี้แหละที่สมควรเป็นข้อสอบทุนจริงๆ
มันวัดความสามารถกันได้จริงๆนะ รู้เลยว่าระแบบการคิดของใครเป็นยังไง

บอกตรงๆเลยว่าถามว่าอะไรไม่ได้เพราะไม่รู้ว่าถึงตอนนี้ยังถือเป็นความลับทางราชการรึเปล่า
แต่ว่าบอกเป็นนัยๆนี่คิดว่าได้นะคะ มั้ง ....ถ้าหายสาบสูญไปแสดงว่า......(คิดเอาเองละกัน)

1. สังคมศึกษา

ข้อสอบสังคมมี 5 ข้อ ข้อละ 20 คะแนน ให้เวลาในการทำ 3 ชั่วโมง
บอกตรงๆว่า ทำไม่ทันค่ะ!!
คำแนะนำหนึ่งที่พี่ๆที่ได้ทุนปีที่แล้ว(เช่น พี่ส้ม)เน้นมากกกกคือ การบริหารเวลา

แหงสิ ข้อสอบทุนที่ไหนเค้ามีคำถามมาให้ 5 ข้อกับกระดาษคำตอบเป็นสมุด 5 เล่มบ้างล่ะ
ข้อนึงเขียนไปเถอะค่ะ สมุดเล่มนึง มีให้ 8 หน้าถ้วน เป็นยังงี้ทุกวิชายกเว้นภาษาอังกฤษ
แบบนี้วัดได้หมดเลยนะ ทักษะการคิดวิเคราะห์ ลีลาการเขียน ความรู้ทางสังคม รู้แกวหมด

ในวิชาสังคม แต่ละข้อ = 1 สาระ

มีทั้งหมด 5 สาระคือ ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ประวัติศาสตร์ แล้วก็ศาสนา

ดังนั้นการจะทำข้อสอบวิชานี้ให้ได้ก็ต้องรู้หมดเลยนั่นแหละค่ะ เน้นเนื้อหา ม.4-ม.6
อย่างเศรษฐศาสตร์ปีนี้เราเจอเรื่องกลไกราคา เวลาตอบก็ต้องอธิบายทฤษฎีอุปสงค์อุปทานให้ชัดเจน
ยกตัวอย่างประกอบให้ดูยาวๆหน่อยเป็นใช้ได้

ตอนเราทำนี่คิดทฤษฎีได้แต่เขียนไม่ออก
สุดท้ายเขียนไปแค่ครึ่งหน้าเองค่ะ ในสมุดที่มีมาให้ 8 หน้านั่นล่ะ.....เขียนแบบวกไปวนมาอีกต่างหาก
แต่มาผิดคาดเลยนะ เศรษฐศาสตร์เนี่ย เพราะเรากะว่าต้องออกเรื่องวิกฤติเศรษฐกิจสหรัฐแน่ๆ
จะมาแบบสาเหตุ ผลกระทบ อะไรก็มาเล้ยยย กะละเลงเต็มที่ ดันเจอกลไกราคา เขียนไม่ออกเลย

เรื่องที่เขียนแล้วมันส์มากกกกสุดคือรัฐศาสตร์ เพราะว่าปิดเทอมเราอ่านรัฐศาสตร์เยอะมากกกกก
เปิดเทอมมีสอบตรงรัฐศาสตร์ มธ.เลยต้องฟิตหน่อย ถึงจะยังไม่แน่ใจว่าอยากเรียนรึเปล่าก็เถอะ
พอมาเจอข้อสอบทุนถามแบบให้เปรียบเทียบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับประชาชนแล้ว โอ้ว มันส์

อีกข้อที่ผิดคาดเลยเนี่ยคือประวัติศาสตร์ ทวนเหตุการณ์สำคัญไปเยอะมากทั้งไทยและเทศ
เจอเรื่องหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โห.......

ส่วนภูมิศาสตร์ปีนี้เป็นเรื่องการท่องเที่ยวกับสิ่งแวดล้อม ข้อนี้เรามั่วมากกกก
ศาสนามีบทความมาให้วิเคราะห์แล้วเขียนใหม่อย่างละเอียด...อันนี้มั่วมาก คาดว่าอาจจะ 0.....
เรื่องศาสนานี่ไม่ใช่เฉพาะพุทธศาสนานะคะแต่เป็นศาสนาทั่วโลกเลย


2. ภาษาไทย

เรียงความ ย่อความ สรุปความ เจอแน่ๆค่ะ มีทุกปีล่ะน่า
(อย่างน้อยในข้อสอบเก่าที่เราดูก็มีทุกปีจริงๆนะ)

ปีนี้เจอเรียงความกับสรุปความค่ะ
เรียงความต้องเขียนให้ถูกหลักแล้วก็ใช้ภาษาสละสลวย
ไม่แน่ใจว่าสำหรับคนตรวจนี่ ต้องภาษาแบบไหนถึงจะสละสลวย
แต่เราเขียนไปแบบแหลมากกก (อ้าว........)
หัวข้อเรียงความมาเป็นกลอนสุภาพกันเลยทีเดียว

ส่วนสรุปความก็จะมีเรื่องมาให้ ยาวหน้ากว่าๆแล้วให้สรุปเหลือกี่บรรทัดก็ว่ากันไป
แล้วก็มีให้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วย

มีข้อนึงให้วิเคราะห์วรรณคดีเรื่องอะไรก็ได้
ถ้าจะให้ดีเขียนเป็นข้อๆจะสะดวกกว่ากับทั้งคนทำและคนตรวจ
เราเอาเรื่องเบสิคสุดๆเรียนมาตั้งแต่ประถม พระอภัยมณี
ใครก็ได้ยืนยันทีว่านางละเวงทำเสน่ห์รึเปล่า เขียนลงไปแล้ว.......

มีข้อสอบที่เป็นปรนัย(หรือกากบาทนั่นแล)อยู่ไม่เกิน 10 ข้อ
ก็จะเป็นเรื่องคำราชาศัพท์บ้าง การเขียนจดหมายบ้าง เลือกใช้คำให้ถูกบ้าง

แล้วก็มีข้อความมาประมาณ 5-6 บรรทัดต้องแก้ให้สละสลวย
คือแก้คำฟุ่มเฟือย คำกำกวม แล้วก็สำนวนต่างประเทศค่ะ

ส่วนตัวเราว่าภาษาไทยยากกว่าสังคมอีก
ต้องมาคิดว่าจะเขียนอะไรแล้วยังต้องเขียนให้สละสลวยอีกต่างหาก


3. ภาษาอังกฤษ

ข้อสอบภาษาอังกฤษมี 100 ข้อ 100 คะแนน เป็นปรนัย
ถ้าได้ไม่ถึง 60 คะแนนจะไม่ได้รับการตรวจวิชาอื่น

สนุกเลยค่ะงานนี้ กดดันดี เกิดได้ 59 ขึ้นมานี่
จะทำข้อสอบวิชาอื่นดีเลิศขนาดไหนก็ไม่มีใครมานั่งอ่านให้เมื่อยล่ะค่ะ

จริงๆแล้วกลัวๆอยู่ว่ากรณีของเราอาจจะเป็นอย่างงั้นก็ได้ ฮา
แต่ว่าถึงยังไงเราก็ไม่มีทางรู้อยู่ดีว่าวิชาอื่นที่เราได้ได้ตรวจรึเปล่า.....


ลักษณะข้อสอบคุ้นเคยมาก เพราะเพิ่งลุยทำข้อสอบ TOEFL พาร์ทแกรมมาร์ไปเมื่ออาทิตย์ก่อน
พาร์ทแกรมมาร์นี่เหมือนเลยค่ะ มี Error Identification 20 ข้อ
มีประโยคแล้วเว้นที่ให้เลือกเติมบวกกับให้หาคำศัพท์ที่ความหมายเหมือนกับคำที่ขีดเส้นใต้อีก 20 ข้อ
ตรงนี้ต้องแม่นแกรมมาร์มากๆ บางข้อเห็นแล้วตอบได้เลยนะ อย่าง Error มี looking forward to meet เนี่ย คนที่แม่นเรื่อง Non-Finite เห็นแล้วก็ตอบได้อยู่แล้ว
เรื่องที่มีเยอะๆก็มี
Non-Finite, Tense แล้วก็ Agreement of Subject and Verb
ส่วนตรงคำศัพท์ เป็นศัพท์ที่ไม่ยากเท่าไหร่ แต่การเลือกใช้ยากแสนยากจริงๆให้ตายเหอะ

อีก 40 ข้อเป็น Reading ให้อ่านเรื่องแล้วตอบคำถาม
มีทั้งหมด 4 Passage ความยากง่ายก็ปนๆกัน คำถามก็ถามแบบ Reading ทั่วไป
เช่น Main idea,ควรตั้งชื่อบทความว่าอะไร,ข้อไหนถูก,คำที่ขีดเส้นใต้หมายถึง....
พาร์ทนี้ถ้าจะฝึกต้องโน่นเลย ข้อสอบเอนทรานซ์เก่าๆ รับรองช่วยได้

อีก 20 ข้อที่เหลือเป็น Cloze Test ก็ไม่มีอะไรมาก

สรุป ข้อสอบอังกฤษเหมือน TOEFL(แต่ศัพท์ง่ายกว่า)+ ข้อสอบ Entrance ระบบเก่า
ซึ่งเราว่าข้อสอบทุนรัฐบาลญี่ปุ่นยากกว่านะ จากจุดนี้เราคิดว่าก.พ.เค้าคงอยากให้ไปวัดกันที่วิชาอื่นล่ะมั้ง?
ถ้าคิดจะเอาคะแนนจากวิชานี้ต้องฝึกทำข้อสอบเยอะๆค่ะ

ตอนสอบวิชานี้เสร็จเราได้ยินคนบอกว่า
"เราว่าข้อสอบสมาร์ทยากกว่าอีก"
อันนี้ไม่รู้ว่าจริงมั้ยเพราะไม่เคยสอบสมาร์ท....


4.Translation

วิชาพิเศษสำหรับศิลป์ภาษาโดยเฉพาะ

มีเสียงลีอเสียงเล่าอ้างว่าบทความที่เป็นข้อสอบแปลนี่มาจากนิตยสารบนเครื่องบินของการบินไทย
ไม่แน่ใจว่าเท็จจริงประการใด แต่คิดว่าน่าจะเป็นแนวทางการแปลทีดีได้นะคะ มีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเลย

วิชาแปลนี่มี 3 ข้อค่ะ

- ข้อแรก แปลจากอังกฤษเป็นไทย
- ข้อสอง แปลจากไทยเป็นอังกฤษ
- ข้อสาม แปลสรุปความทั้งจากอังกฤษ-ไทย และไทย-อังกฤษ

ตอนแรกนึกว่าจะยากแบบข่าวบางกอกโพสต์อะไรยังงี้ กลัวมากกก
ที่จริงก็ไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ถึงยังไงก็ยากอยู่ดีนั่นแล

เป็นวิชาที่มันส์มากกกกกอีกวิชานึง โอ้โห เห็นข้อสอบปุ๊บ ศัพท์ที่สั่งสมมาตั้งแต่ประถมนี่หายหมดค่ะ
แปลไทยเป็นอังกฤษไปแบบประถมปีที่สามอ่านออก (ถ้าอ่านไม่ออกก็คงเพราะแกรมมาร์เราห่วยเกิน)
เรื่องที่ต้องแปลเป็นอังกฤษปีนี้เกี่ยวกับศาสนาค่ะ เจอคำว่ากิเลสเข้าไปก็หงายแล้ว แล้วก็มีเรื่องหัตถกรรม นี่ก็หงายอีกเหมือนกัน

ส่วนแปลอังกฤษเป็นไทยมีเรื่องเครื่องปรุงกับเรื่องอะไรหว่า ลืม....เรื่องเครื่องปรุงนี่เจอชื่อพืชสมุนไพรแปลชื่อมั่วมาก แต่มั่วถูกคำนึง คำว่า kaffir lime=มะกรูด พอดีว่านึกถึงพืชในตระกูล lime ได้แค่นี้ ฮ่าๆๆ

แปลแบบสรุปนี่ จากอังกฤษเป็นไทยไม่เท่าไหร่ เป็นเรื่องพิธีกรรมเกี่ยวกับข้าว
ส่วนจากไทยเป็นอังกฤษ.....การหาว เรื่องการหาวค่ะ
(เห็นแล้วตกใจ ชิบเป๋ง คำว่าหาวภาษาอังกฤษนี่อะไร คือโง่ไง...55555)

ลองอ่านที่ตัวเองแปลแล้ว อุบาทว์มากค่ะ วิชานี้สงสัยจะได้ต่ำกว่าเฉลี่ยวุ้ย
แต่เรื่องเครื่องปรุงใส่ไปเต็มที่เลยนะ ภาษาหลุดโลกมาก
สงสารคนที่ต้องตรวจข้อสอบเราจริงๆ (หรือถ้าอังกฤษต่ำกว่า 60 ก็......)

เอ้อ สิ่งสำคัญในการแปลคือห้ามใช้สำนวนต่างประเทศเด็ดขาดเลย
อย่าง มันเป็นการ....,ข้าว--ถูก---เก็บเกี่ยว,ในการ/ให้การ/ทำการ ***ห้ามเด็ดขาด***
(แต่เราไม่แน่ใจว่าเผลอเขียนไปบ้างรึเปล่าแฮะ)

 

พรุ่งนี้เหลือวิชา Writing อีกวิชานึงแต่ว่าวันนี้ไฟแรง เพิ่งสอบหมาดๆ อยากอัพ ฮ่าๆๆๆ
ที่ไม่อ่านแล้วก็เพราะตัดใจไปตั้งแต่แรกแล้วไง๊ อีกอย่าง แค่อยากลองของ Translation ที่ร่ำลือกันเหลือเกิน
กับอยากทำข้อสอบสังคมแบบมีสิทธิเสรีภาพเต็มที่น่ะค่ะ
(บางทีข้อสอบสังคมเป็นกากบาทแล้วขัดใจมากกก บางข้อกำกวมมากกกกกก)

ถึงจะเป็นคำแนะนำจากคนได้สอบ แต่ไม่ได้ทุน
แต่ก็หวังว่าปีหน้าและปีต่อๆไปบล็อกนี้คงมีประโยชน์กับใครบ้างนะ

สุดท้าย เกือบลืม
รายละเอียดเพิ่มเติม ไปหากันเอาเองที่............

http://www.ocsc.go.th/ocsccms/frontweb/view.jsp?categoryID=CAT0001621

ป.ล. พี่ส้ม ขอค่าโฆษณาบล็อกด้วย.....(*ผัวะ!!!*)
ป.ล.2 สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร แต่ตรงนี้มีแล้ว 1 ศพ นับได้เลย

Comment

Comment:

Tweet

เด็กเอนท์เหมือนกันเหรอคะเนี่ย(ใช่ป่าวหว่า)

ไม่ได้สอบทุนคิงค่ะ เพราะรู้ว่าเปอร์เซ็นต์ได้มันน้อยอ่านะ

ปล.เราสายวิทย์ค่ะ (บอกเพื่อ?)

#13 By Verozia_ on 2008-11-15 17:52

อ่านแล้วมีประโยชน์มากนะคะ พี่คะที่น้องเกสถามว่า อีกเรื่องที่พี่นึกไม่ออก พี่นึกออกช่วยเขียนบอกด้วยนะคะ จะคอยตามดูคะ

#12 By น้องเมล์ (58.8.187.8) on 2008-11-04 00:34

^
คือชื่อเรื่องมันไม่มีหัวเรื่องมาให้แล้วก็ไม่บอกที่มาด้วยน่ะจ้า = ='

เรื่องศาสนานี่ของปีนี้มีแต่ศาสนาพุทธล้วนๆเลย ให้แปลเรื่องคิดดี เช่น พอคิดดีแล้วจิตใจจะสงบ แต่กิเลสจะรั้งไว้ไม่ให้คิดดี แล้วก็พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า.... อะไรทำนองนี้น่ะจ้า

ส่วนหัตถกรรมต้องเป็น handicraft เน้อ ^^

#11 By ::Materia Hunter:: on 2008-11-03 20:07

\\\"ส่วนแปลอังกฤษเป็นไทยมีเรื่องเครื่องปรุงกับเรื่องอะไรหว่า ลืม.\\\"

------------------
พี่คะ เครื่องปรุงนี้คือ Thai HERBS and Spice ใช่ไหมคะ และ อีกเรื่องนึกออกหรือยังคะ

เรื่อง ศาสนา เป็นศาสนาพุทธ หรือทั่วไปคะ

เรื่อง หัตถกรรม ใช่ thai handicrafe หรือเปล่าคะ

เนื้อหานำมาจากวารสารอะไรคะ

ขอบคุณคะ

#10 By น้อง (202.41.187.247) on 2008-11-03 11:26

การสอบเป็นสิ่งที่น่ากลัวจริงๆ
ขอเป็นกำลังใจให้นะ สู้ๆๆๆๆ Hot!

#9 By ^o^ kayoko ^o^ on 2008-10-31 17:10

ช่างน่ากลัวsad smile
เมื่อวานเราก็สอบ
แต่สอบค่ายนะsad smile

Hot!

#8 By technikos on 2008-10-28 09:48

อ่านแล้วรู้สึกถึงความตื่นเต้มของเจ้าของ Blog เลยอ่ะคะ >w<
ท่าทางจะเป็นข้อสอบที่สุดยอดจริงๆ

Hot! Hot!

#7 By ★+::+@MilY+::+★ on 2008-10-27 09:05

เออใช่ลืมๆ
Hot! แปะให้จ้า(รุสึกนี่เป็นเอนทรี่แรกเลยนะที่เราแปะดาวให้อะ เอิ๊กๆ)

ละเอียดดีจ้า ชอบๆ

#6 By fayth on 2008-10-26 19:37

เอ่อ... #1 sad smile

น้องเตสอบทุนคิงด้วยหรอเนี้ย ว๊าวๆ ไม่รู้มาก่อนเลยอะ รอฟังผลๆ ฮี่ๆ

จะบอกว่าไอสมุดพวกนั้นอ่าคือเราเขียนไปแค่ข้อละหน้ากว่าๆ ถึงสองหน้าเท่านั้นแหล่ะน้า อย่าไปกลัวว่าเขียนน้อยไป เน้นสาระๆ(ถ้าเขียนเต็มทุกเล่มนี่มือหักก่อน เอิ๊กกก เขียนข้อละสองหน้าแค่มือหงิก)

ข้อวรรณคดีเป็นเลือกเรื่องอะไรก็ได้หรอเนี้ย wink โอเคเลยนี่หน่าคำถามนี้ โหๆ (แต่ทำให้แยกคนที่รู้แบบเด่นๆ ได้ยากกว่ามั้งเพราะหลายคนน่าจะมีเรื่องที่ตัวเองพอทำได้ แต่ก้อดีละแหล่ะแยกกันตรงค.คิด+ค.รู้ลึกๆ)

กิเลสภาษาอังกิดแปลว่าไรน้ออ sad smile translation นี่ยากตามเคย ฮ่าๆ

สู้ๆ เรื่องสอบตรงด้วยน้า เอาใจช่วยจ้า question

ปล. มีการโฆษณาบล็อกร้างๆ ของเราอีกแหน่ะ อายจิงๆ เอิ๊กๆ
ปล.2 ไรท์ติ้งสู้ๆ จ้า แต่ทรานเลช่นยากกว่าเยอะนะเราว่า วิชานี้ค่อนข้างเบาแล้วแหล่ะ

#5 By fayth on 2008-10-26 19:35

ขอแปะดาวให้1ดวงHot!

ข้อสอบน่ากลัวจังเลยคะ แต่ตอนทำนี่น่ากลัวกว่า

อยากลองไปสอบดูสักครั้งในชีวิตบ้างจังbig smile
อืม..^^' ทำอะไรไม่ได้นอกจากเป็นกำลังใจ เพราะผมไม่เคยพึ่งทุนเลย sad smile (แบบว่าไม่มีปัญญา แหะๆ)

#3 By Shuu Exteen on 2008-10-25 21:44

อืมม ไปสอบให้พอเป็นประสบการณ์ก็ยังดีค่ะ
เราเองก็ไม่หวังกะที่ไปสอบมาตอนปิดเทอมเท่าไหร่ = =
เพราะดูแร้วคนเก่งๆเยอะมากเรย

#2 By Hinata on 2008-10-25 20:35

พี่ส้ม..........
ไมนึกถึงเจเรเมียหว่า-*-
สงสัยคิดมากไป
เป็นความรู้มากฮับ
ต้องขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆถึงผมจะเลยวัยสอบไปแล้วก็เถอะsad smile
ป.ล.เห็นแบล๊กกราวแล้วปวดใจจี๊ดๆ

#1 By ScarletA on 2008-10-25 20:17