ไปเที่ยวเยอรมันมาเมื่อปิดเทอมค่ะ หนาวมากกกกกกก
หนาวขนาดตื่นมาตอนเช้า หญ้าที่พื้นโดนน้ำแข็งเกาะเป็นเกล็ดสวยงามกันเลยทีเดียว รถบางคันที่จอดทิ้งไว้ทั้งคืนก็สภาพยังกะไปลุยหิมะที่ไหนมา

แต่แลกกับความหนาวก็ได้ชมใบไม้ร่วงสวยๆล่ะค่ะ ถือว่าคุ้ม
ใครไม่สู้ความหนาวยะเยือกแบบนี้ ไปเดือนเมษา-พฤษภาน่าจะเข้าท่าที่สุด

ไปสองอาทิตย์พอจะเก็บเกี่ยวเรื่องน่าสนใจมาบ้างเล็กน้อย
(แต่ก็ยาวเหยียดพอสมควร)

- สีล่างสุดในธงชาติเยอรมันไม่ใช่สีเหลือง แต่เป็นสีทอง



- สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในเยอรมันเป็นของสร้างใหม่
เพราะของเดิมโดนระเบิดไปช่วงสงครามโลกซะเยอะ
แต่แทบทุกเมืองก็สร้างให้เหมือนเดิมนั่นแหละ
ถ้าไม่รู้มาก่อนก็แยกไม่ค่อยออกว่าอันไหนเก่าจริง เก่าเก๊

- เรื่องอัศจรรย์คือทั้งๆที่แพ้สงครามย่อยยับขนาดนั้นกลับฟื้นฟูมาได้เหมือนเก่า
แถมยังพัฒนาต่อไปได้อีก ความมุ่งมั่นสูงจริงๆ นับถือ


(กระจกสีในวิหารโคโลญจ์ หนึ่งในไม่กี่ที่ ที่รอดจากสงครามมาได้)

- บ้านเมืองค่อนข้างสะอาดทีเดียวโดยเฉพาะถ้าเทียบกับฝรั่งเศส/อิตาลี
ไม่ค่อยมีก้นบุหรี่หรือขี้หมาตามพื้น เดินสบายหายห่วง
ที่สำคัญ ถังขยะเยอะมากกกก บางถนนมีเรียงรายห่างกันทุกสามเมตร
เราว่าบางทีที่เมืองไทยมีขยะเยอะก็เพราะหาถังขยะยากนี่แหละ
 
- นักท่องเที่ยวไม่เยอะมากเท่าไหร่ ไม่เบียดกันแทบตกน้ำตายแบบเวนิส ต่อให้เป็นที่ที่นักท่องเที่ยวเยอะที่สุดอย่างปราสาทนอยชวานชไตน์ก็ยังไม่เบียดเสียดมากเท่าไหร่


(ปราสาทนอยชวานชไตน์)

- ไม่มีพวกผิวสีหิ้วของที่ระลึกก๊อป/แบรนด์เนมเก๊มาขายตามสถานที่ท่องเที่ยวด้วย
(พวกนี้พบเจอได้ทั่วไปในฝรั่งเศสและอิตาลี)
 
- ไกด์สาวเยอรมันบอกว่าเยอรมันมีอัตราการเกิดอาชญากรรมน้อยกว่าที่อื่นในยุโรป

- คนเยอรมันไม่ค่อยเสพติดการสื่อสารเท่าคนไทยนะ
หาคนเดินกดมือถือ/คุยโทรศัพท์ได้ยากมาก
ไม่เหมือนได้กรุงเทพที่หันซ้ายหันขวาต้องเจอทีละไม่ต่ำกว่าสามคน
แต่เท่าที่เห็นส่วนใหญ่เป็นมือถือทัชสกรีน

- คนเยอรมันมีภาระต้องจ่ายภาษีเยอะมาก
อาทิเช่น ภาษีหมา ใครเลี้ยงหมาต้องเสียภาษีตามขนาดหมา
หรือใครเป็นคาทอลิกก็ต้องเสียภาษีศาสนา
เลยมีคนเยอรมันที่ประกาศตัวว่าไม่นับถือศาสนาเยอะ

- ถึงอย่างนั้นเราก็พบเห็นคนจูงหมาออกมาเดินเล่นได้ทั่วไป
ที่นี่เราจะเห็นคนจูงหมากับคนเข็นรถเข็นเด็กเยอะมากกกกกก
อีรถเข็นเด็กนี่เยอะมากจริงๆจนงงว่าทำไมขยันปั๊มลูกกันจังวะ!?
ประชากรส่วนใหญ่ของประเทศน่าจะเป็นหมากับเด็กอ่อนนี่แหละ (กร๊าก)


(ซ้าย ลูกใครก็ไม่รู้ แอบถ่ายมา ขวา แมวเป็นสัตว์ที่หาได้ยากมากกกกกในเยอรมัน)

- คนเยอรมันถือว่า ไม่ควรกินอาหารแบบ warm meal มากกว่า 1 มื้อใน 1 วัน
ส่วนมากมักกิน warm meal เป็นมื้อเที่ยงหรือเย็น

- อาหารยอดฮิต แน่นอนว่าต้องเป็น ไส้กรอก!
เยอรมันเรียก wurst มีหลายชนิดให้เลือกสรร ส่วนมากเป็นร้านค้าริมทาง
คือเป็นรถแบบมีที่ปิ้งย่างไส้กรอก แล้วมีโต๊ะให้ยืนกินน่ะ
ราคาเฉลี่ย 1-2.5 ยูโร (40-100 บาท)


(ซ้าย Currywurst ไส้กรอกโรยผงกะหรี่ ขวา Bratwurst ไส้กรอกธรรมดา เค็มๆหน่อย)

- ของขึ้นชื่ออย่างนึงของเยอรมันคือ Autobahn หรือทางหลวงนั่นแหละ
ความพิเศษของมันคือ ไม่จำกัดความเร็ว
(ยกเว้นบริเวณที่มีการก่อสร้าง,โค้งอันตราย)

- แต่! ถ้าซิ่งเกินความเร็วที่แนะนำ (130 km/h)
แล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาล่ะก็ ประกันจะไม่จ่ายนะจ๊ะ

- ระบบทางหลวงของเยอรมันใหญ่เป็นอันดับสามของโลก
รองลงมาจากสหรัฐอเมริกาและจีน

- ระหว่างนั่งรถไปตามทางหลวง เราจะพบเห็นกังหันปั่นไฟฟ้าได้เยอะมาก
เยอะมากนี่คือเยอะแบบไม่เคยเห็นประเทศไหนมีเยอะขนาดนี้
เพิ่งรู้ตอนท้ายๆทริปว่าเยอรมันผลิตพลังงานลมได้มากที่สุดในโลกล่ะ

- สนามบินที่แฟรงค์เฟิร์ตใหญ่เป็นอันดับหนึ่งในยุโรปภาคพื้นทวีป
แต่ถ้ายุโรปทั้งหมดยังแพ้ฮีทโธรว์ของอังกฤษอยู่นะ
ส่วนสายการบินประจำชาติคือ Lufthansa

- ที่สวนสัตว์แฟรงเฟิร์ตมีลูกเสือเพิ่งเกิดตอนต้นเดือนตุลานี่เอง
คนแห่กันไปต่อแถวดูลูกเสือเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกก
น่าจะอารมณ์ประมาณหลินปิงบ้านเรานี่ล่ะ
ประหลาดใจดี นึกว่ามีแต่คนไทยที่ทำแบบนี้


(ซ้าย อาคารด้านหน้าของสวนสัตว์แฟรงค์เฟิร์ต ขวา แฟรงค์เฟิร์ตมุมสูง)

- ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดวันอาทิตย์ ไม่เว้นกระทั่งซูเปอร์มาร์เก็ต

- โสเภณีเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ใครเป็นก็เสียภาษีไปตามเรื่องตามราว
หลายเมืองมีย่านโสเภณีกันโจ่งแจ้ง
บางทีตกกลางคืนก็พบเห็นได้ตามสวนสาธารณะด้วย

- คนเยอรมันก็มีอารมณ์ขันใช้ได้นะ
เห็นได้จากการชอบตั้งชื่อเล่นให้สถานที่ต่างๆ
ไม่ว่าจะตึกหน้าตาประหลาด อนุเสาวรีย์ ร้านค้า พี่เยอแกตั้งได้หมด

- กระทั่งนายก(Chancellor)ก็ไม่เว้น
แองเจลา แมร์เคิล นายกคนปัจจุบันถูกเรียกว่า แองจี้ หรือ mama

ส่วนสามีของเธอที่ว่ากันว่าเป็นคนขี้อาย ไม่ชอบออกงาน
แกดันไปออกงานเทศกาลโอเปร่า เลยได้ฉายาว่า "Phantom of the Opera"

- บางคนเรียกแมคโดนัลด์ว่า American Embassy (เออ มันก็จริง 5555)
วัยรุ่นบางคนก็เรียกว่า McDoof (Doof ภาษาเยอรมันแปลว่า โง่)

- เมืองแฟชั่นของเยอรมันคือดุสเซิลดอฟ
(น่าแปลกใจว่าทำไมไม่ใช่มิวนิค)

- มิวนิค (เยอรมันเรียก München อ่านว่า มึนเชี่ยน)
เป็นเมืองที่ไม่รู้มันจะรวยล้นฟ้ากันไปถึงไหน
รถสปอร์ตเยอะมากกกกก

คันละสิบล้านนี่วิ่งกันฉิว ละลานตาไปหมด
ใครไปมิวนิคไม่เจอรถสปอร์ตมาตบเราได้เลย ไม่งั้นก็ไปผิดเมืองแล้ว

- แต่รถสปอร์ตที่นั่นคงราคาถูกกว่าซื้อที่บ้านเรานะ
เพราะมันก็รถผลิตในประเทศเค้านี่

- ยี่ห้อรถยอดฮิตคือโฟล์ก, BMW, Mercedes Benz

- อันนี้ข้อสงสัยส่วนตัว
ในภาษาเยอรมัน ทีม Bayern Munich มันชื่อ Bayern München
ทำไมพอเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษไม่ยักเปลี่ยนคำว่า Bayern เป็น Bavaria

- บาวาเรียเป็นชื่อแคว้นทางใต้ของเยอรมัน
คนเยอรมันทั่วไปจะรู้สึกว่าบาวาเรียค่อนข้างแปลกแยก
ดูมีวัฒนธรรมเฉพาะถิ่นต่างออกไปจากแคว้นอื่นๆ


(ตลาดที่มิวนิค มีที่ให้นั่งกินเบียร์กันตั้งแต่หัววัน)

- Oktoberfest เทศกาลดื่มเบียร์ไม่เป็นอันทำมาหากินก็จัดที่มิวนิคนี่ล่ะ
คนมักเข้าใจว่าจะดื่มกันได้ทั้งวันทั้งคืน
แต่ที่จริงพอถึงห้าทุ่มตำรวจจะมาเก็บกวาดคนที่เมาแอ๋ไม่ยอมกลับบ้านนะจ๊ะ

- ปีนี้ครบรอบ 200 ปี Oktoberfest ด้วยนะ

- เรื่องตลกในมิวนิคคือ เราถึงกับไปเจอกรุ๊ปทัวร์ไทยในโรงเบียร์ถึงสองกรุ๊ป
หลังจากตะลอนมาหลายเมืองแทบไม่เจอคนไทยเลยนอกจากคนไทยที่อยู่ที่นั่น

- เบอร์ลิน เมืองหลวงของเยอรมัน มีคนตุรกีอาศัยอยู่เยอะมากกกก
เยอะจนคนเยอรมันล้อกันว่า เบอร์ลินเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดของตุรกีไปแล้ว


(ซ้าย ประตูแบรนเดนบวร์ก
ขวา ทำเนียบรัฐบาล)

- มุขตลกเกี่ยวกับเบอร์ลินมีอยู่ว่า
ตอนที่ปธน.สหรัฐ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ไปปราศัยที่เบอร์ลิน
เขาจบการปราศัยด้วยคำพูดว่า
"Ich bin ein Berliner"
ตั้งใจจะหมายถึงว่า "ผมเป็นชาวเบอร์ลิน"

แต่การที่เขาใส่อาร์ติเคิล ein เข้าไป
มันเลยแปลว่า "ผมเป็นโดนัท" แทน

ที่ถูกต้อง ควรจะพูดว่า "
  Ich bin Berliner"  ต่างหาก

Note* Berliner เป็นชื่อโดนัทชนิดนึง เป็นขนมปังกลมโรยน้ำตาลด้านบน
รู้สึกจะไม่มีรูตรงกลางนะ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถือว่าเป็นโดนัท

- มุขนี้คนไทยอาจจะไม่ขำ
แต่คนเยอรมันรุ่นหลังๆที่เกิดไม่ทันยุคเคนเนดี้บางคนถือว่าเป็นมุขที่ตลกงี่เง่าที่สุดในรอบศตวรรษเชียวนะ

- จริงๆแล้วเยอรมันมีประธานาธิบดีด้วยนะ ปัจจุบันนี้ก็ยังมีอยู่
แต่ไม่มีบทบาททางการเมือง มีไว้ลงนามเฉยๆ

- ตำรวจเยอรมันมีเครื่องแบบสองสี
คือสีเขียว เป็นสีดั้งเดิม กับสีน้ำเงิน ที่เปลี่ยนให้เข้ากับประเทศอื่นๆในยุโรป

- ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในเยอรมัน ห้ามทำท่า "Heil Hitler" เด็ดขาด!!!
เพราะว่ามันผิดกฎหมายน่ะสิ เคยมีนักท่องเที่ยวไม่รู้เรื่องรู้ราวโพสท์ท่านี้ถ่ายรูป ก็ถูกลากไปโรงพักตามระเบียบ


(แท่นนี้ล่ะ ที่ฮิตเลอร์เคยยืนปราศัย อย่าไปทำท่าเลียนแบบเชียวนะ!)

- จริงๆแล้วฮิตเลอร์เป็นคนออสเตรีย ใครชอบประวัติศาสตร์น่าจะรู้
แต่เห็นคนในทริปไม่รู้กันเยอะเลยบอกไว้หน่อย

- ไกด์เยอรมันบอกว่า คนออสเตรียชอบโมเมว่าฮิตเลอร์เป็นเยอรมัน
แล้วยึดเอาบีโธเฟ่นไปเป็นคนออสเตรียซะเอง (บีโธเฟ่นเป็นคนเยอรมันจ้ะ)

- เท่าที่ฟังคนเยอรมันพูดมา คนเยอรมันค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องฮิตเลอร์นะ
อย่างวันที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซเปิดที่เบอร์ลิน
ก็มีผู้ชายคนนึงเดินดุ่มเข้าไปตัดหัวหุ่นฮิตเลอร์ซะฉิบ
ปัจจุบันเลยมีกระจกกั้นฮิตเลอร์ไว้ด้วย

- ตอนสงครามอิรักคนเยอรมันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน
ไม่รู้ว่าจะเข้าร่วมสงครามดีมั้ยหรือทำยังไงถึงจะดีที่สุด
เพราะสงครามโลกนั่นแหละทำให้คนเยอรมันสับสนที่สุดเวลาเจอสงคราม

- แต่ที่อ่อนไหวกว่าน่าจะเป็นเรื่องที่เยอรมันถูกแบ่งเป็นตะวันออกกับตะวันตก
มันเหมือนเป็นแผลฝังใจมาจนทุกวันนี้ มันกระทบชีวิตกันยาวนานหลายสิบปีเลยนะ
บางครอบครัวก็ถูกแบ่งแยกเพราะกำแพงเบอร์ลินนี่ล่ะ

- ฝั่งตะวันออกที่เคยเป็นของรัสเซีย เดิมปกครอบระบอบคอมมิวนิสท์
ในโรงเรียนจะไม่สอนภาษาอังกฤษ สอนแต่รัสเซีย
ตึกก็จะหน้าตาธรรมดาหน่อย (คนเยอรมันบอกว่า ugly เลยล่ะ)
แต่พอรวมประเทศแล้วก็มีการปรับปรุงให้บ้านเมืองฝั่งตะวันออกสวยงามขึ้นเยอะ

- ว่ากันว่าสมัยสงครามโลกมีความพยายามฆ่าฮิตเลอร์มากกว่า 40 ครั้ง
เหมือนโชคชะตากลั่นแกล้ง ฮิตเลอร์รอดมาได้ทุกครั้ง
(และจบลงที่ฆ่าตัวตายซะเอง)
 
- หนังดังๆของเยอรมันมักเกี่ยวกับประวัติศาสตร์
(อันนี้สังเกตเอาเองจากที่ไกด์พูดมาแต่ละเรื่อง)
เช่น
Good Bye Lenin! เป็นเรื่องสมัยเยอรมันยังไม่รวมประเทศ

หรือตอนนี้ก็มีเรื่อง Goethe ฉายอยู่ แต่ไม่รู้ว่าดังรึเปล่านะ


(เกอเธ่กวีเอก กับชิลเลอร์ กวีที่ไม่ดังเท่าเกอเธ่ เลิฟๆเชียวนะ กร๊าก)

- ภาษาเยอรมันฟังยาก อ่านยาก ออกเสียงยากจริงๆ
ฟังไกด์ออกเสียงแล้วได้แต่งง ตกลงนี่ฉันกำลังจะไปเมืองอะไรวะ? ฟังไม่อ๊อกกก

- เรื่องภาษานี่ตลกอย่างนึงคือ ที่ Romantic Road
จะมีป้ายบอกตลอดเส้นทางเป็นภาษาเยอรมันว่า Romantische Straße
และในป้ายเดียวกันจะมีอีกภาษานึง คือภาษาญี่ปุ่น!
เขียนว่า ロマンティック街道

มันตลกตรงที่ มันไม่ยักเป็นภาษาอังกฤษนี่สิ

- นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นก็เจอบ้างนะ แต่น้อยกว่าจีน
ที่จริงญี่ปุ่นน่าจะเยอะสุดเพราะหลายเมืองมีป้ายร้านค้าเป็นภาษาญี่ปุ่น
หรือไม่ก็มีภาษาญี่ปุ่นในแผนที่ด้วย
และร้านไหนจ้องจะขายญี่ปุ่นละก็ ขอบอกว่ามัน แพงมว๊าก!




- ตอนกลับมาเมืองไทยเพื่อนหลายคนถามว่าคนเยอรมันหล่อมั้ย
ได้ยินมาว่าหล่อมาก

ไปฟังมาจากไหนกั๊นนนนนนนน!!!
เรานี่เดินส่องตาแทบถลนสองอาทิตย์ ไม่เห็นเจอคนหล่อๆโผล่มาในเรตินาซักคน

เรื่องความหล่อยังไง๊ยังไงก็ยังหาประเทศที่สู้ฝรั่งเศสไม่ได้จริงๆนะ
แต่ประเทศนั้นถึงหนุ่มๆจะแซ่บกันเหลือเกิน ก็ไม่น่าเที่ยวเท่าไหร่ล่ะค่ะ
ประท้วงกันบ่อยเกิ๊น ไปเจอประท้วงเข้าก็เที่ยวไม่สนุกละ เจอมาแล้ว - -


สรุปความประทับใจโดยรวม
คนที่จะหลงรักเยอรมันได้ง่ายหน่อยน่าจะเป็นคนที่ชอบประวัติศาสตร์ค่ะ
โดยเฉพาะประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ตั้งแต่ช่วงสงครามโลก สงครามเย็น
เยอรมันมีอะไรให้ศึกษามากทีเดียวค่ะ

เสียดายเที่ยวจับฉ่ายไปหน่อย เลยได้อยู่เบอร์ลินแป๊ปเดียว
แต่การได้ไปเห็นสิ่งที่หลงเหลือมาจากคนรุ่นก่อนเมื่อไม่นานมานี้
อย่างพวกกำแพงเบอร์ลินหรือค่ายกักกัน ฯลฯ
ก็ให้ความรู้สึกแปลกไปจากเวลาไปเห็นพวกโคลอสเซียม,หอเอน อะไรพวกนั้นนะ


(ซ้าย กำแพงเบอร์ลินที่เหลืออยู่ ขวา ประตูค่ายกักกัน)

คนที่ชอบบ้านเมืองน่ารักๆก็หลงรักเยอรมันได้ไม่ยากนะ
หลายๆเมืองน่ารักมาก แต่ไปช่วงใบไม้ร่วงบรรยากาศอึมครึมหดหู่ไปหน่อย

ไปเยอรมันคราวนี้รู้สึกว่าเรื่องความรื่นรมย์นี่ได้กลับมาพอประมาณ
แต่ที่สำคัญ ได้ประสบการณ์ดีๆและรู้เรื่องราวเกี่ยวกับเยอรมันจากมุมเยอรมันมากขึ้นเยอะเลยค่ะ : )

Comment

Comment:

Tweet

big smile Hot!

#6 By -- HaKobuNE -- on 2010-11-04 22:16

สวยจังค่ะ
เป็นประเทศที่คุณภาพคับแก้วจริงๆ

#5 By katak on 2010-11-04 10:35

ไม่อย่างเฉี่ยวเข้าใกล้เยอรมันเพราะเคยต้องไป
สัมภาษณ์(เป็นการบ้านของรร.)แล้วเจอคนเยอรมัน
ซึ่งถึงแม้เขาจะพูดภาษาอังกฤษ แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย
(TvT อ่านะ...

พอเข้ามาอ่านบล๊อกนี้ปุ๊บ เริ่มจะหลงรักเยอรมัน(^^
เป็นประเทศที่น่ารักจังเลยค่ะ(ฮิตเลอร์ด้วย -/วิ่ง)

#4 By L. Primavera on 2010-11-03 21:25

แอ่ อยากไปจัง

ดูเหมือนได้เที่ยวทั่วเลยนะคะเนี่ย

#3 By KeeChan on 2010-11-03 20:23

คนญี่ปุ่นไปเยอรมันเยอะจริงๆ
เคยอ่านในมิเกะเนโกะก็พูดถึงเหมือนกันว่าเยอะมาก

ตกใจที่สุดคือเรื่องที่เยอรมันมีนายกฯเป็นผู้หญิงเนี่ยล่ะ ^^;;

อยากไปพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของเยอรมัน... อ่านเจอใจเรื่อง ใบพัดหัดเยอรมัน ของคุณใบพัดแล้วรู้สึกว่าน่าไปมากกกกก

#2 By JiBi_AI on 2010-11-03 20:21

สวยจัง..^^

รวมทั้งบล็อกนี้ด้วย.. ชอบ ๆ big smile big smile big smile Hot!