Travel-Places

ทุลักทุเล in Austria!!

posted on 21 Oct 2005 01:06 by loveff  in Travel-Places

แฮ่ๆ หายหน้าหายตาไปหลายวัน กลับมาอีกทีรู้ผลประกวดธีมซะแล้ว ซึ่งเราก็ตกรอบตามที่คาดไว้ไม่มีผิด = =' แต่ไม่ขอบอกนะคะว่าจะโหวตให้ใคร หุหุ

ที่หายไปนี่ก็ไปเที่ยวพักผ่อนมา (แล้วไอ้ทุกวันที่นอนอืดอยู่บ้านไม่เรียกว่าพักผ่อนเรอะ?!!!!) ทั้งๆที่ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่แต่ก็ถูกบังคับให้ไป T-T และที่ๆไปก็คือประเทศออสเตรียค่า~!! เพิ่งกลับมาเมื่วันนี้บ่ายสอง ด้วยสภาพเน่ามาก... ปากแตก ปากแห้ง ผื่นขึ้น ผิวแตก ผมร่วง สิวขึ้น...เน่าสุดๆ คนเมืองร้อนไปเจออากาศหนาวจะเป็นเช่นนี้แล... (ประมาณ5-15องศาเซลเซียส)

ประเทศนี้มีปัญหากับชื่ออย่างแรง เวลาบอกคนอื่นว่าจะไปเที่ยวไหน จะเข้าใจผิดๆกันแบบนี้

ออสเตรีย ----> ออสเตรเลีย
เวียนนา(เมืองหลวงออสเตรีย) ----> เวียดนาม

น่าลำบากใจเสียเหลือเกิน . . .- -"

มีเรื่องที่อยากจะพูดถึงหลายเรื่องอยู่ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี เอาเป็นว่าเล่าแบบลื่นไปเรื่อยๆละกันนะคะ [อย่าเพิ่งเบื่อนา~^^~]

เริ่มจากการเดินทางไปสนามบิน ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร แต่มันไม่ใช่ค่ะ~!!!! เหตุเกิดประมาณทุ่มนึง สถานที่คือสี่แยกพญาไท หน้าคอนโดชื่อ พ_าไ_ _ _ลซ (เดากันเอาเองนะ 555+)ที่พี่สาวเราอยู่ ขณะที่รถเรากำลังเจอกับรถติด แล้วต้องจอดรอเลี้ยวเข้าคอนโดอยู่นั่นเอง จู่ๆก็มีรถแท็กซี่ถอยมาชน!!! ไม่ได้ถอยมาจากถนนด้านหน้านะคะ แต่ถอยมาจากทางออกคอนโดอีกแห่งที่อยู่ติดกัน ถอยมาแบบไม่ดูเลยว่ามีรถอยู่รึเปล่าอ่ะ แรงด้วย แต่ก็มีความโชคดีในความโชคร้ายอยู่คือ ตอนนั้นเนี่ยแม่เราลงไปยืนอยู่ตรงนั้นพอดี เพราะกำลังจะเดินล่วงหน้าเข้าไปในคอนโดก่อน ขณะที่ยืนมองดูลาดเลาอยู่นั้นเอง แล้วไอ้รถคันนั้นมันถอยมาน่ะ แม่เราเหลือบไปเห็นในเสี้ยววินาทีแล้วโดดหลบทันพอดี!!! แบบว่าถ้าโดดหลบไม่ทันนี่คงได้ขาหักแน่ๆ จากที่จะไปสนามบินก็จะได้ไปโรงพยาบาลแทนนี่สิแย่...แล้วพอออกมาจากคอนโดก็เห็นรถสามคันชนกันอยู่กลางถนน ไม่ห่างจากที่ๆเราถูกชนเท่าไหร่นัก ตกลงว่ารถชนนี่มันเป็นเรื่องที่สุดแสนจะธรรมดาของเมืองหลวงใช่มั้ยคะ...?ใครอาศัยอยู่แถวๆนั้นตอบที . . .

หลังจากหาคนมาช่วยจัดการเคลียร์เรื่องประกัน เรื่องรถเรียบร้อยแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางไปสนามบินกันซะที ได้ลูกจ้างของน้าเราที่อยู่ในกรุงเทพช่วยพาไปส่งมนุษย์ 5 คนกับกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ 4 ใบ และใบเล็กใบน้อยอีกหลายใบ ...ตอนที่โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องหรือตอนเช็คอินเนี่ย ด้านหลังตรงที่เราไปเช็คเป็นที่เช็คอินของเที่ยวบินไปโอซาก้า ซึ่งแน่นอนเลยว่าต้องมีชาวญี่ป่นเป็นจำนวนมาก เราก็พยายามเหล่หาหนุ่มหล่อน่ะนะ แต่ว่า มายก๊อด~!!!!สาวๆญี่ปุ่นเท่ห์มาก!!!!!!!!! [กร๊าก~!!กลายเป็นยูริไปซะแล้วช้าน...] แบบว่าชอบที่สไตล์การแต่งตัวอ้ะ ทุกคนจะมีหมวกมาหนึ่งใบ บางคนก็มีมีแว่นดำ มีเสื้อแจ๊กเก็ต แล้วแต่ละคนเอวบางร่างน้อย ผมสีน้ำตาล เท่ห์มากมาย~!!!>w< อ๊ากก!!หลงรัก~~ ที่เซ็งคือไม่มีหนุ่มหล่อๆเลยง่ะ บุ่ยๆ... แต่เจอเด็กชายชาวยุ่นอายุประมาณ 7-10 ขวบคนนึง น่ารักมาก~!!! แทบจะวิ่งไปกอดแล้วถ้าหน้าด้านพอ . . .แบบว่าประมาณว่า SE7EN ตอนเด็กๆอะไรประมาณนั้นอ่ะ กรี๊ดๆนึกถึงแล้วเคลิ้ม นอกจากยูริแล้วยังโลลิค่อนอีกแฮะ... หมู่นี้ยิ่งเริ่มหันไปจ้องจะดร๊วบเด็กอยู่ด้วย แต่เน้นไปทางเอเชียตะวันออกกับยุโรป อายุ 5-10 ปีเท่าน้าน~!!กรี๊ดดดด!!! [โลลิค่อนโดยสมบูรณ์ - -]

เครื่องออกห้าทุ่มครึ่ง ไปถึงตีห้าเศษๆที่โน่น ไปกะสายการบิน Austrian และสิ่งเดียวที่ทำตอนอยุ่บนเครื่องคือ นอน มีตื่นมากินเป็นช่วงๆ 555+ (ขึ้นเครื่องมันก็ต้องเป็นงี้อยู่แล้วสิฟระ!!) เบื่อแอร์ของสายการบินยุโรปมากมาย แบบว่าแอร์กี่ขนานแท้ ล่ำๆ สูงๆ บางคนออกถึกๆด้วย เสียงก็ห้าวๆ ไม่เหมือนแอร์แถวๆเอเชียบ้านเรา สาว สวย หุ่นดี อ่อนหวาน สุภาพ ช๊อบชอบ~ส่วนสจ๊วต อย่าไปพูดถึงเลย ที่หล่อๆก็มักจะเป็นเกย์ ที่ไม่เป็นเกย์ก็จะไม่หล่อนี่สิแย่ บู่วววววว...

ถ้าจะให้พูดถึงว่าไปเที่ยวที่ไหนบ้างก็ขี้เกียจจะพูด เอาเป็นว่าเราไปดูบ้านเมืองออสเตรียมาละกัน ....จบเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว - - เอ้ย~!ล้อเล่นๆ ... บ้านเมืองยุโรปดึงดูดคนได้เพราะความเก่าแก่นี่แหละนะ เราว่า ตึกส่วนใหญ่ก็เป็นร้อยปีน่ะนะ ถ้าสนใจความเก่า เราว่าไปเที่ยวประเทศเดียวก็ได้ เรื่องธรรมชาติกับบ้านเมืองยุโรปส่วนใหญ่ก็เหมือนกันหมดแหละนะ ยกเว้นว่าสนใจจุดเด่นของประเทศนั้นๆเป็นพิเศษ อย่างออสเตรียเนี่ย ก็คือความเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรี ...ก็เป็นที่อยู่ของนักดนตรีในประวัติศาสตร์อย่างโมสาร์ท แล้วยังเป็นที่ๆใช้ถ่ายทำหนังเรื่อง The sound of music หรือ 'มนต์รักเพลงสวรรค์' (เมื่อ 40 ปีก่อน -*-)ด้วย แต่เราก็ไม่ได้ไปดื่มด่ำกับเสียดนตรีหรอกนะ - - บ้านเราเข้าแต่พิพิธภัณฑ์ โบสถ์ แล้วก็วัง ไปไหนก็ต้องมีสามอย่างเนี้ย เพราะไม่รู้จะไปดูอะไรง่ะ...ไม่ใช่ว่ารักประวัติศาสร์อะไรหรอกนะ แต่เราว่าก็เพลินดีเหมือนกัน :P...แล้วใครไปอย่าไปซื้อช็อกโกแล็ตโมสาร์ทเชียวนา...ไม่อร่อยแถมแพงอีก - -

พูดถึงเรื่องอาหารการกินมั่ง ก่อนไปหนัก 46 กลับมาหนัก 49!! กินแต่ขนมปังมั่งล่ะ แฮมมั่งล่ะ ไส้กรอกมั่งล่ะ!! ไม่อ้วนก็แปลกแล้ว~!!นี่ขนาดว่าเวลาจะซื้ออะไรกินทีก็คิดหนักนะเนี่ย เพราะค่าครองชีพแพงชิบ...ยกตัวอย่าง แมคโดนัลด์ เมืองไทย 19 บาท ที่โน่น 2.25 ยูโรค่ะ (ยูโรละประมาณ 50 บาท)เบอร์เกอร์แบบเดียวกันเด๊ะๆ~!!...ที่จริงมันก็เรื่องที่รู้กันอยู่แล้วน่ะนะ เพราะฉะนั้นเวลาไปเที่ยวอย่าไปพะวงเรื่องเงินเลยค่ะ ไม่งั้นจะเที่ยวไม่สนุกเปล่าๆ แลกเงินไปเท่าไหร่ ใช้ให้เต็มที่โลด~!!! แต่เราว่าอาหารนี่ ยังไงก็ต้องประเทศไทยล่ะค่ะ อร่อย ถูก หากินได้ง่ายด้วย :P ไม่แปลกที่ฝรั่งนิยมอาหารไทยเค่อะ~ แต่อาหารไทยเมืองนอกแพงสุดๆ เกิดมาได้กินอาหารไทยถูกก็ดีแล้วน่อ

กลับมาพูดเรื่องหนุ่มหล่อๆมั่งดีกว่า(เรื่องนี้เน้นค่ะ) ที่นี่มีทัวร์จากเอเชียมาเยอะนะคะ โดยเฉพาะญี่ปุ่น เยอะมากๆ แต่ว่าส่วนใหญ่ที่มาจะ 30 อัพ - -" มีคนญี่ปุ่นมาทักตั้ง 2 ครั้งแน่ะ ทักเป็นภาษายุ่นอ่ะ แอบงง... แต่คนญี่ปุ่นบางคนเรายังว่าดูเป็นคนไทยเลย เดินเข้าไปใกล้ๆ อ้าว ยุ่นนี่หว่า - -...เข้าประเด็นหนุ่มหล่อ ...หนุ่มชาวเอเชียหล่อๆ บอกได้เลยว่าที่นี่หายากมากค่ะ ไปเหล่ที่ประเทศเจ้าตัวเค้าจะดีกว่า หล่อๆเพียบ คือพวกหล่อๆจะกบดานในประเทศค่ะ ไม่ออกไปโลกภายนอกแต่หนุ่มยุโรปเนี่ย ถึงเฉลี่ยเราว่าสู้เอเชียด้วยกันไม่ได้ (โดยเฉพาะแถวญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน หล่อนักแล >w<) แต่บางคนก็ดึงดูดให้เหลียวมองได้ไม่วางตานะเคอะ~ส่วนมากพวกวัยรุ่นเนี่ย แค่สูง+ผอมก็ดูดีแล้วล่ะนะ เราว่า แต่อาจจะเพราะเป็นของแปลกก็ได้มั้ง เอาเป็นว่าก็พอมีอาหารตาน่ะนะคะ ส่วนสาวๆที่นี่ หาสวยๆยากกกกกกกกส์~ยังไงก็นิยมเอเชียค่า (ยังไม่หายประทับใจสาวยุ่น >w< )

อ้อ!ใครว่าฝรั่งมีวัฒนธรรมสูง เจริญมากแล้ว ไม่จริ๊งไม่จริง ทิ้งขยะกันเกลื่อน ถุยน้ำลายลงบนถนน สูบบุหรี่ในที่ห้ามสูบ ขับรถปาดหน้าคันอื่น ตารางรถไฟ เครื่องบินคลาดเคลื่อนเป็นชั่วโมง บลาๆๆ นี่เจอมาเองค่ะ แต่อย่าเหมาว่าเค้าไม่ดีกันทั้งประเทศนะ เพราะที่ดีๆก็มีเอยะ เราเองก็ไม่ชอบให้เรื่องไม่ดีเล็กน้อยทำให้ภาพรวมต้องไม่ดีไปทั้งหมดหรอก ซึ่งประเทศไทยก็รู้สึกจะถูกมองแบบนั้นนะ ..ฝรั่งบางคนตั้งแง่ดูถูกคนเอเชียก็มีนะ แต่บางคนก็แสนดีเหลือเกิน เห็นนักท่องเที่ยวมะงุมมะงาหราก็เข้ามาถาม "Can I help you?" ทั้งๆที่พูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ...ที่นี่เค้าพูดภาษาเยอรมันกันค่ะ แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าไหร่ 555+ ทั้งๆที่บ้านเราไม่มีใครพูดเยอรมันเป็น มาคิดๆดู ..เราผ่านพ้นมาได้ยังไงฟระ - -"

ที่ว่าทุลักทุเลนี่ก็เพราะไม่ได้ไปกะทัวร์น่ะค่ะ ไปกันเอง 5 คน ต้องไปแบกกระเป๋าขึ้นลงรถไฟ รถใต้ดิน รถรางกันหลายรอบอยู่ เพราะเดินทางไป 3 เมือง... 9 วัน 3 เมือง...ถือซะว่าเป็นการฝึกการเอาตัวรอดก็ว่าได้นะเนี่ย ^^"


เดี๋ยวนึกอะไรออกจะมาอัพอีกดีมั้ยเนี่ย...= ='รู้สึกเหมือนได้พูดถึงทุกอย่างที่อยากพูดไปแล้ว (รึเปล่า?) เดี๋ยวถ้ายังไงเอารูปมาลงไว้หน่อยดีกว่า~~...ดีมั้ยหว่า... - -เบื่อกันแล้วมั้งเนี่ย...